หน้าแรก | วิถีชีวิต-สิ่งแวดล้อม | เด็กหนุ่มตามรอยภูมิปัญญาเพาะ-ปลูกผักหวาน

เด็กหนุ่มตามรอยภูมิปัญญาเพาะ-ปลูกผักหวาน

Font size: Decrease font Enlarge font
image

ทันทีที่ฤดูร้อนคืบคานเข้ามา ปากก็ถามหา“แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง” แต่เพราะสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ผักหวานป่ามีราคาสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว ทั้งที่ปกติก็ราคาสูงอยู่แล้ว พอตักแกงเข้าปากคำ ก็คิดฟุ้งซ่านฝันอยากปลูกผักหวานป่าขาย

ความคิดนี้คงไม่ใช่ผมคนเดียว แต่คงมีผู้คนนับไม่ถ้วนที่คิด และลงมือปฏิบัติไปแล้ว รวมทั้งนายสิทธิพงษ์ หรือก้อง จันทร์แดง วัยเพียง 23 ปี ว่าที่บัณฑิต สาขาโทรคมนาคม ม.ราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร เจ้าของสวนผักหวานป่า “จันทร์แดงพฤกษาศาสตร์” บ.สุขสมบูรณ์ ม.10 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่ใช้เวลาว่างจากการเรียน 4 ปีเศษ ขลุกอยู่กับการปลูกผักหวานป่า จนวันนี้น่าจะเป็นเกษตรกรเพาะ และปลูกผักหวานป่าอายุน้อยที่สุด

ที่แปลงปลูกผักหวานป่า “จันทร์แดงพฤกษาศาสตร์” เป็นพื้นที่แปลงไม่ใหญ่นัก ขนาดเพียง 200 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยรั้วตาข่าย ป้องกันสัตว์เลี้ยงคุ้ยเขี่ย  มีต้นไม้ปกคลุมทำให้มีเพียงแดดรำไร ส่วนต้นผักหวานป่าจะปลูกห่างกันราว 2 เมตร แต่ละหลุมจะมีต้นผักหวาน 2-3 ต้น ขนาดโตเกือบหัวแม่มือ บางต้นมีกิ่งสูงท่วมหัว บางต้นก็อยู่ราวหน้าอก และติดๆกันจะมีต้นตะคบขึ้นคลุมอยู่ บางต้นกำลังถูก”กาน” คือสับกระพี้ออกเพื่อให้ต้นยืนตาย

นายสิทธิพงษ์ เล่าว่าตอนเรียนอยู่ชั้น ม.6 มีชาวชลบุรีมาทำบุญที่วัด ชาวบ้านทำแกงผักหวานให้กิน แต่มีน้อยไม่พอกินกันจนครบ แม่ครัวบอกว่ามันหายาก มีน้อย ราคาแพง และยังเอามาปลูกไม่ได้ด้วย จึงมีความคิดว่าทำไมปลูกไม่ได้ แล้วขอให้พ่อหาขึ้นภูเขา ไปตัดเอากิ่งมาทดลองชำ เหมือนที่เคยชำต้นไม้ที่โรงเรียน ขึ้นไปเอามา 3 ครั้งๆละ 2 กระสอบปุ๋ย มันก็ตายทั้งหมดไม่มีเหลือ 

ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ จ.อุดรธานี แนะนำให้ไปศึกษากับ อาจารย์โอภาส จันทร์ไชยศรี ปราชญ์ชาวบ้าน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น และตระเวนไปดูทุกแห่งที่มีข่าวว่า เขาประสบความสำเร็จ ขณะตนเองก็เริ่มลงมือปลูก ไปพร้อมๆกับเรียนที่ ม.ราชภัฎอุดรธานี 2 ปี และ ม.ราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อีก 2 ปีตอนนี้สอบเสร็จแล้ว รอมหาวิทยาลัยอนุมัติปริญญา

ปลูกผักหวานป่ารวม 3 สายพันธุ์  คือสายพันธุ์ใบแหลม  สายพันธุ์ใบรี และสายพันธุ์ใบมน รุ่นแรกเอาพันธ์มาจาก อาจารย์โอภาส 60 ต้น ตอนนี้อายุ 3 ปี เหลือรอดมา 40 ต้น ยังไม่มีการเก็บผลผลิต ยังคงปล่อยให้มันเจริญเติบโตตามปกติ รุ่นที่ 2 ไปเอาเมล็ดพันธุ์มาเพาะเองได้มา 800 ต้น อายุราว 1 ปีครึ่ง ปลูกเอาไว้ในแปลงทดลอง 360 ต้น ที่เหลือนำไปถวายพระหลายวัด และแบ่งขายให้คนที่มาเห็นแปลง  

วิธีการปลูกแบบภูมิปัญญา....

นายสิทธิพงษ์ฯ เล่าต่อว่า การเพาะต้นผักหวานป่าจากเม็ด ทำเหมือนกับตำราที่หลายคนเขียนไว้ ด้วยการนำผลแก่ของผักหวานป่า ที่จะมีในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม มาลอกหรือขูดเอาเนื้อออกทั้งหมด ล้างด้วยน้ำจนสะอาด จึงลงมือเพาะลงในถุงๆละ 2-3 เม็ด ทำให้แต่ละถุงจะเกิดผักหวานป่า 1-3 ต้น ไม่ต้องตัดหรือถอนออก  

แต่เวลาปลูกจะไม่เหมือนตำรา โดยจะไม่ปลูกในช่วงฤดูฝน แต่จะปลูกในช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม ทำให้น้ำเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งต้องรดให้เพียงพอทุก 7 วันตลอดฤดูแล้ง โดยด้วยการขุดหลุมกว้างยาว 50 ซม. ลึก 60 ซม. พร้อมแยกดินหมักกับขี้วัวและแกลบไว้ 4 เดือน และต้องเตรียมต้นไม้พี่เลี้ยงไว้ด้วย ที่นิยมคือ ตะคบ , สะเดา , ยอ หรือสบู่ดำ เพื่อเป็นต้นไม้ให้ร่มเงาผักหวานป่า เมื่อผักหวานอายุ 3 ปี ซึ่งพร้อมจะเก็บผลผลิต ให้ทยอยตัดต้นไม้พี่เลี้ยงออก ซึ่งผักหวานสามารถดูแลตนเองได้แล้ว   

หากใครต้องการปลูกผักหวาน หากจะเพาะเมล็ดเองอาจจะมีปัญหา เพราะจะหาเมล็ดพันธ์ไม่ได้ หรือหาได้อาจจะมีราคาสูงมาก จากเดิม ก.ก.ละ 150 บาท มีราว 80 เม็ด จะมีราคาสูงขึ้น 2 เท่าตัว และหากจะหาต้นกล้ามาปลูก ก็ต้องหาจับจองต้นกล้าซึ่งปีก่อนต้นละ 20 บาท ปีนี้ราคาน่าจะไม่เปลี่ยนแปลง  เพื่อรู้ว่าต้องเตรียมหลุมและดินไว้เท่าไหร่ แต่สิ่งที่ต้องระวังในการปลูก คือการเคลื่อนย้ายต้นกล้า หากรากได้รับการกระทบกระเทือนมาก จะทำให้การเจริญเติบโตช้า

ผักหวานป่าอร่อยมีคุณค่า....

ผักหวานป่าเป็นพืชในวงศ์ Opiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre ผักหวานป่า เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นที่โตเต็มที่อาจสูงถึง 13 เมตร แต่ที่พบทั่วไปมักมีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กหรือเป็นไม้พุ่ม เนื่องจากมีการหักกิ่ง เด็ดยอด เพื่อกระตุ้นให้เกิดยอดอ่อน ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้บริโภค

นอกจากนี้ยังมีพืชอีกชนิดหนึ่ง มียอดอ่อนเหมือนผักหวานป่า จนทำให้เก็บผิดอยู่เสมอ เมื่อกินเข้าไปจะเกิดอาการเมา พืชนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Urobotrya siamensis Hiepko คนลำปางเรียก แกก้องหรือนางแย้ม ชาวเชียงใหม่เรียกนางจุม จันทบุรีเรียกผักหวานเขา กาญจนบุรีและชลบุรีเรียก ผักหวานดง สระบุรีเรียก ผักหวานเมา หรือช้าผักหวาน ภาคอีสานเรียก เสน หรือเสม ส่วน จ.ประจวบคีรีขันธ์เรียกว่า ดีหมี

ผักหวานป่าเป็นผักมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม , โปรตีน 8.2 กรัม , คาร์โบไฮเดรท 10 กรัม , เยื่อใย 3.4 กรัม , เถ้า 1.8 กรัม , แคโรทีน 1.6 มก. , วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ) ทั้งนี้การบริโภคผักหวานป่าควรปรุงให้สุกก่อน เนื่องจากการบริโภคสดในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการเบื่อเมา เป็นไข้ และอาเจียนได้

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมได้ที่  สวนจันทร์แดงพฤกษาศาสตร์  บ้านสุขสมบูรณ์  ตำบลบ้านตาด  อ.เมือง  จ.อุดรธานี  โดยติดต่อล่วงหน้าที่นายสิทธิพงษ์ หรือก้อง จันทร์แดง  โทรศัพท์  086-2267345

ข่าว-ภาพ   ยุทธพงษ์ กำหนดแน่

Comments ( posted):

Post your comment comment

กรุณาใส่ข้อความตามรูปที่แสดง:

  • email ส่งให้เพื่อน
  • print Print version
  • Plain text Plain text
ให้คะแนนข่าว
0
Powered by Vivvo CMS v4.0