หน้าแรก | วิถีชีวิต-สิ่งแวดล้อม | อีสาน..ขอเพียงมีน้ำที่ บ.สระคุ

อีสาน..ขอเพียงมีน้ำที่ บ.สระคุ

Font size: Decrease font Enlarge font
image

มีน้ำเพื่อการเกษตรคงไม่พอ หากไม่รู้จะเอาน้ำไปปลูกอะไร เพื่อนำไปขายได้และมีราคา นั่นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของเกษตรอีสาน

ต้นเดือนมีนาคมปีนี้ (2551)อากาศไม่ร้อนมาก มีโอกาสขับรถเผาน้ำมันเล่น ตามประสาคนอยู่เฉยไม่ได้ วานก่อนขับผ่านโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า “ฝายห้วยพังพวน” (ลำน้ำสาขาไหลสู่ น.โขง)  บริเวณ บ.สระคุ ม.2 ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ตลอดสองข้างทางของถนนลูกรัง เห็นชาวบ้านปลูกมะเขือเทศ มีลูกสีเขียว สีแดงเต็มไปหมด  และยังเก็บใส่ลังพลาสติก เอามากองไว้ริมทาง พอชะลอรถให้ช้าลงสังเกตเห็น ทุกคนมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส  

ถ้าจะไม่ตัดสินใจเหยียบเบรก จอดรถลงไปคุยสอบถามหาข้อความจริง ก็คงต้องกลับไปคิดฟุ้งซ่าน กับคำถามที่มีอยู่เต็มหัว (กะบาน) จึงได้พบพุดคุยกับเกษตรกร สองสามีภรรยา ที่นอกจากปลูกมะเขือเทศ ยังต้องรับหน้าที่ดูแล “หลานสาว” ตัวเล็กๆ 2 คน  

นายคำมัก บุญชีวิต อายุ 53 ปี เกษตรกร บ.สระคุ เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านสระคุ ปลูกพืชฤดูแล้งกันมาหลายปี นับตั้งแต่มีการสร้างฝายห้วยพังพวน เก็บกักน้ำในลำห้วยยาว 6 กม. และมีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ส่งน้ำมาให้ชาวบ้านทำเกษตร และยังมีโรงงานแปรรูปผลผลิตจาก อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย มาส่งเสริมให้ปลูก และรับซื้อผลผลิต แต่ตนเองมาร่วมโครงการเมื่อ 4 ปีก่อน เพราะเห็นเพื่อนบ้านทำมาหลายปี รวมแล้วน่าจะมากกว่า 1,000 ไร่

“ หลังจากเกี่ยวข้าวออกจากนา ชาวบ้านจะไถกลบตอซังข้าว เตรียมดินปลูกมะเขือเทศ ซึ่งต้องไถพรวนยกร่องให้พร้อม นำกล้าของโรงงานมาปลูกวันที่ 15-20 มกราคมของทุกปี จากนั้นตลอด 4 เดือน ชาวบ้านต้องดูแลเรื่องน้ำ ปุ๋ย และศัตรูพืช รวมทั้งเก็บเกี่ยวผลผลิต เป็นมะเขือเทศสุกแดงใส่ลังพลาสติก มาวางไว้ริมถนน นายทุนก็จะมารับไปส่งโรงงาน จนกระทั่งก่อนเทศกาลสงกรานต์ ก็จะไม่เหลือมะเขือเทศในไร่แล้ว “

นายคำมัก เล่าต่อว่า ชาวบ้านจะมี 2 ทางเลือก ทางเลือกแรกเป็นนายทุน ที่จะนำกล้าพันธ์และปุ๋ยมาให้ ทางเลือกสองเป็นสหกรณ์ จะให้ค่าแรงงานด้วย ทั้งหมดจะถือเป็นรายจ่าย นำมาหักรายได้จากผลผลิต เช่นกล้าพันไร่ละ 1,100 บาท ปุ๋ยสูตร 15-15-15 และสูตร 13-13-21 มาผสมกันไร่ละ 1 กระสอบ ผลผลิตอยู่ที่การดูแล จะมีผลผลิตตั้งแต่ 2-6 ตันต่อไร่ ขายได้ราคา กก.ละ 2-2.30 บาท ซึ่งถือเป็นรายได้ดีถ้าผลผลิตดี

นายคำมัก เล่าต่ออีกว่า ปลูกมะเขือเทศรวม 3 ไร่เศษ ติดต่อกันมาราว 4 ปี จะมีรายได้ในฤดูแล้งปีละ 1 หมื่นบาทเศษ มากน้อยอยู่ที่ฝีมือคนปลูกดูแล และยังมีผลพลอยได้จาก “ปุ๋ย” จากที่ใส่ต้นมะเขือเทศหลงเหลือ ทำให้นาข้าวไม่ต้องใส่ปุ๋ย ในนาได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ก็ถือเป็นกำไรที่ได้รับมาด้วย 

แค่มองด้วยตา ฟังจากผู้ลงมือทำจริง ไม่น่าจะเป็นเพียงมีน้ำมาช่วย ให้เกิดผลผลิตในฤดูแล้ง แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ อาทิ ทุน วิธีปลูก ดูแล และตลาดรับซื้อ ที่อาจจะรวมเป็น “คอนแทรกฟาร์ม” โดยสิ่งสำคัญคือมีเกษตรกรที่เข้มแข็ง   

สุดท้ายคุณลุงคำมัก ยังฝากมะเขือเทศ มาให้ชาวเมืองอุดรธานีได้เห็น ว่านี่คือผลผลิตในยามแล้งของอีสาน และยังมีรสชาติเหนือกว่าผลไม้ใดๆ....

ข่าว-ภาพ   ยุทธพงษ์ กำหนดแน่

Comments (1 posted):

pom on 28 March, 2008 04:31:43
avatar
อยากรู้เรื่องดอกไม้จีนที่ปลูกอยู่ในอุดร

Post your comment comment

กรุณาใส่ข้อความตามรูปที่แสดง:

  • email ส่งให้เพื่อน
  • print Print version
  • Plain text Plain text
ให้คะแนนข่าว
3.00
Powered by Vivvo CMS v4.0